หากคุณกำลังวางแผนจะเดินทางไป สถานเอกอัครราชทูตเวียดนามประจำประเทศไทย เพื่อยื่นขอวีซ่า, รับรองเอกสารทางกฎหมาย (Legalization) หรือต่ออายุหนังสือเดินทาง “การบริหารเวลา” คือหัวใจสำคัญที่สุด คงไม่มีอะไรน่าหงุดหงิดไปกว่าการฝ่าการจราจรที่ติดขัดอย่างหนักบนถนนวิทยุเพื่อไปให้ถึงสถานทูต แต่กลับพบว่าประตูกงสุลปิดทำการเสียแล้ว
เพื่อให้ทริปการเดินเอกสารของคุณราบรื่น บทความนี้จะเจาะลึกข้อมูลเวลาทำการอย่างเป็นทางการ ปฏิทินวันหยุดที่ซับซ้อน และเคล็ดลับการเดินทางที่คนไปครั้งแรกต้องรู้ครับ
1. เวลาทำการส่วนกงสุล (Official Operating Hours)
แผนกกงสุลของสถานทูตเวียดนาม (ตั้งอยู่เลขที่ 83/1 ถนนวิทยุ) ทำงานตามระบบ “แยกช่วงเวลาตามประเภทบริการ” ซึ่งหลายคนมักสับสนระหว่างรอบยื่นและรอบรับผลครับ โดยสถานทูตจะเปิดทำการตั้งแต่วันจันทร์ถึงวันศุกร์ ตามตารางดังนี้:
| ช่วงเวลา | เวลาทำการ | ประเภทบริการที่เปิดรับ |
| รอบเช้า | 09:00 น. – 11:30 น. | เฉพาะการยื่นเอกสาร: ยื่นขอวีซ่า, นิติกรณ์เอกสาร และยื่นคำร้องต่างๆ |
| ช่วงพักเที่ยง | 11:30 น. – 13:30 น. | ปิดทำการ (เจ้าหน้าที่หยุดพักและไม่ให้บริการ) |
| รอบบ่าย | 13:30 น. – 17:00 น. | เฉพาะการรับผล: รับเล่มวีซ่าที่อนุมัติแล้ว และรับเอกสารที่ทำเสร็จแล้ว |
💡 เคล็ดลับจากประสบการณ์จริง: คนส่วนใหญ่มักจะไปรอคิวตั้งแต่ก่อน 9 โมงเช้า ทำให้คิวยาวมากในช่วงแรก หากคุณต้องการเลี่ยงฝูงชน แนะนำให้ไปถึงประมาณ 10:15 น. ซึ่งเป็นช่วงที่คิวเริ่มซาลง แต่ยังมีเวลาเหลือพอก่อนที่เจ้าหน้าที่จะปิดรับในรอบเช้าครับ
2. ปฏิทินวันหยุดแบบควบสองประเทศ (Dual-Holiday Schedule)
นี่คือจุดที่นักท่องเที่ยวและ Expats มักจะพลาดบ่อยที่สุด! สถานทูตเวียดนามในกรุงเทพฯ ปิดทำการตามวันหยุดราชการของทั้งไทยและเวียดนาม ดังนั้นแม้จะเป็นวันทำงานปกติของไทย แต่ถ้าตรงกับวันหยุดของเวียดนาม สถานทูตก็ปิดครับ
วันหยุดยาวที่ต้องระวังเป็นพิเศษในปี 2026:
-
เทศกาลตรุษเวียดนาม (Tet Holiday): โดยปกติสถานทูตจะปิดทำการยาวประมาณ 1 สัปดาห์ (ช่วงปลายเดือน ม.ค. ถึงกลางเดือน ก.พ. ตามปฏิทินจันทรคติ)
-
เทศกาลสงกรานต์: 13 – 15 เมษายน (ปิดตามวันหยุดไทย)
-
วันชาติเวียดนาม: 2 กันยายน (ปิดตามวันหยุดเวียดนาม)
-
วันหยุดราชการของไทย: เช่น วันเฉลิมพระชนมพรรษาฯ หรือวันหยุดชดเชยต่างๆ
คำแนะนำ: หากคุณต้องเดินทางมาจากต่างจังหวัด เช่น พัทยา, หัวหิน หรือระยอง เพื่อความมั่นใจ 100% ควรเช็คประกาศผ่านทางหน้าเว็บไซต์หลักหรือติดต่อสอบถามผ่านทางช่องทางออนไลน์ก่อนออกเดินทางเสมอ
3. การเดินทางและการจอดรถ
สถานทูตตั้งอยู่ที่ 83/1 ถนนวิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
-
เดินทางด้วย BTS: วิธีนี้สะดวกและคุมเวลาได้ดีที่สุด ให้ลงที่ สถานีเพลินจิต (ทางออก 2) จากนั้นคุณสามารถเดินเล่นชิลๆ ไปตามถนนวิทยุประมาณ 10-15 นาที หรือจะใช้บริการพี่วินมอเตอร์ไซค์รับจ้างหน้าปากซอยเพียง 2 นาทีก็ถึงหน้าประตูสถานทูตครับ
-
การนำรถส่วนตัวไป: ขอบอกตามตรงว่า “ที่จอดรถบริเวณสถานทูตมีจำกัดมาก” และถนนวิทยุหาที่จอดได้ยาก แนะนำให้ไปจอดที่ห้างสรรพสินค้าใกล้เคียงอย่าง Central Embassy แล้วเดินมาจะสะดวกกว่าการวนหาที่จอดรถครับ
4. เตรียมตัวอย่างไรให้ “ครั้งเดียวผ่าน”?
-
การแต่งกาย: เนื่องจากเป็นสถานที่ราชการ ควรแต่งกายให้สุภาพ (เลี่ยงการใส่กางเกงขาสั้น หรือรองเท้าแตะเดินชายหาด) เพื่อเป็นการให้เกียรติสถานที่
-
เตรียมเอกสารให้พร้อม: ภายในห้องกงสุลมีอุปกรณ์สนับสนุนจำกัดมาก แนะนำให้ปริ้นท์แบบฟอร์ม ติดรูปถ่าย และเตรียมสำเนาเอกสารมาให้เรียบร้อยจากที่บ้านครับ
-
สกุลเงินที่ใช้: ค่าธรรมเนียมกงสุลมักอ้างอิงเป็น ดอลลาร์สหรัฐ (USD) แนะนำให้พกเงินดอลลาร์ที่เป็นแบงก์ใหม่และสะอาดไป หรือเตรียมเงินบาท (THB) ให้พอดีกับอัตราแลกเปลี่ยนของสถานทูตในวันนั้นๆ


